Lower North 1 - Special Development Zone 

หมวดหมู่: TRADE & TRAVEL

Lower North 1 - Special Development Zone 

เขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 

ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร

    จากการศึกษาโครงการวิจัย “แผนงานการวิเคราะห์และสังเคราะห์แผนงบประมาณด้าน ววน. เชิงพื้นที่ในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษ (ระยะที่ 1)” ซึ่งหนึ่งในพื้นที่ของการดำเนินการในโครงการวิจัย คือ พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 (จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดอุตรดิตถ์) โครงการนี้ดำเนินการภายใต้ทุนสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) (โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี โพธิยะราช) และนักวิจัยที่ดำเนินการประกอบด้วย มหาวิทยาลัยนเรศวร (บุญทรัพย์ พานิชการ ภูพงษ์ พงษ์เจริญ สุภัคญาดา กุลธัญหิรัญ) มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา พิษณุโลก (ปวีรัฐ ภักดีณรงค์) มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร (ธนสิทธิ นิตยะประภา) และมหาวิทยาลัยธนบุรี (วรางค์ศิริ เนียมตุ๊) 

    จากข้อมูลทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิที่ผ่านมา รวมทั้งการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า

  1. ศักยภาพพื้นฐานทางการเกษตร การค้า และการท่องเที่ยว มีส่วนที่เป็นศักยภาพที่สำคัญที่สนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 (จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก) โดยผลการจัดลำดับความสำคัญศักยภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ดังนี้ 

ลำดับที่ 1 ด้านเกษตรกรรม ลำดับที่ 2 ด้านการค้า ลำดับที่ 3 ด้านท่องเที่ยว ลำดับที่ 4 ด้านบริการสุขภาพ ลำดับที่ 5 ด้านโลจิสติกส์ ลำดับที่ 6 ด้านอุตสาหกรรม และ ลำดับที่ 7 ด้านชายแดน ตามลำดับ

  1. โครงข่ายโลจิสติกส์ที่สนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 (จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก) โดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 นั้น มีภูมิศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงการพัฒนากับกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Great Mekong Sub-region: GMS) รวมถึง ระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย (LIMEC) และโครงการอื่นๆ ที่สนับสนุนอีกมากมาย และยังมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศ สปป.ลาว และเมียนมา พบว่าการคมนาคมขนส่งของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ โครงข่ายถนน โครงข่ายรถไฟ การคมนาคมขนส่งทางอากาศ และการคมนาคมทางน้ำ เป็นต้น มีโครงข่ายการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงระหว่างประเทศ และการค้าชายแดน โดยมีจังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการบริการโลจิสติกส์และโครงข่ายการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตามแนวเส้นทางสาย R2 เมียนมา-ไทย-สปป.ลาว-เวียดนามและเส้นทางสาย R3E เชื่อมโยง ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ และเส้นทางสาย R3W เชื่อมโยง ไทย-เมียนมา-จีนตอนใต้ ซึ่งทั้ง 2 เส้นทาง จะมีจุดตัดที่สี่แยกอินโดจีน บริเวณจุดตัดของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (ช่วงพิษณุโลก-อุตรดิตถ์) กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 และถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลกด้านใต้ เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าในภูมิภาคอาเซียน โดยผ่านทางด่านการค้าชายแดนสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ด่านแม่สอด ด่านมุกดาหาร ด่านเชียงของ และด่านเชียงแสน สำหรับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 มีชายแดน 3 จังหวัด (จังหวัดตาก อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก) ระยะทางรวม 689 กิโลเมตร ติดต่อประเทศเมียนมาและ สปป.ลาว ซึ่งเศรษฐกิจกำลังเติบโต จึงมีศักยภาพในการทำการค้าขายชายแดนโดยเฉพาะอย่างยิ่งด่านแม่สอด (จังหวัดตาก) และด่านภูดู่ (จังหวัดอุตรดิตถ์) และในปัจจุบันบริเวณชายแดนแม่สอด ได้มีการสร้างเมืองโก๊กโก่ เป็นการลงทุนของกลุ่มทุนจีนสร้างเมืองใหม่ จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา เป็นทำเลทองใกล้เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก พิกัดอยู่ริมแม่น้ำเมย เหนือแม่สอดขึ้นไปราว 20 กิโลเมตร 
  2. สรุปผลการจัดลำดับความสำคัญของรูปแบบการขนส่งของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 จากผลการจัดลำดับความสำคัญของรูปแบบการขนส่ง เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการขนส่งที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษ โดยใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process: AHP) สรุปได้ว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ให้ความสำคัญกับการขนส่งสินค้า (Cargos) มากกว่า การขนส่งผู้โดยสาร (Passengers) ซึ่งทั้งการขนส่งสินค้าและการขนส่งผู้โดยสารกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ให้ความสำคัญกับการขนส่งทางถนนมากที่สุด และลำดับความสำคัญที่รองลงมาของการขนส่งสินค้า คือ การขนส่งทางราง ในขณะที่การขนส่งผู้โดยสาร พบว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ให้ความสำคัญทั้งการขนส่งทางรางและการขนส่งทางอากาศ เป็นลำดับที่รองลงมาจากการขนส่งทางถนน อย่างไรก็ตามรูปแบบการขนส่งที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ให้ความสำคัญน้อยที่สุดทั้งการขนส่งสินค้าและการขนส่งผู้โดยสารคือ การขนส่งทางน้ำ
  3. แนวทางการพัฒนาศักยภาพที่สนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 (จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก) โดยมีแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ ดังนี้

(4.1) สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มของฐานการผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร มุ่งเน้นให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเป็นฐานการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มจังหวัดได้อย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนแนวทางการผลิตเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาระบบ Logistics สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการพัฒนาการผลิตพลังงานทดแทนจากพืช รวมถึงสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด

(4.2) พัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้า การบริการ เชื่องโยงภายในกลุ่มจังหวัด กลุ่มภูมิภาค และประเทศเพื่อนบ้าน ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้เกิดการขยายตัว และการเชื่อมโยงทางการทางค้าและการบริการภายในกลุ่มจังหวัด ภาค และกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยพัฒนาสิ่งอ านวยความสะดวก และระบบ Logistics เพื่อสนับสนุนการค้าและการบริการ โดยมีจังหวัดพิษณุโลกเป็นศูนย์กลางการคมนาคมเชื่อมโยงสนับสนุนธุรกิจการบริการใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ ธุรกิจบริการสุขภาพ เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของกลุ่มจังหวัดพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ และบุคลากรของกลุ่มจังหวัด เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการบริการสี่แยกอินโดจีน และเสริมสร้างความร่วมมือในระดับพื้นที่เพื่อขยายการค้าชายแดน

(4.3) สร้างคุณค่า (Value Creation) การท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของกลุ่มจังหวัด เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของกลุ่มจังหวัด โดยการฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดให้เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติส่งเสริมพัฒนาด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวทั้งการพัฒนาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว การตลาดและบุคลากร สร้างความปลอดภัยและมาตรฐานของการท่องเที่ยวด้านที่พัก อาหาร และการเดินทางรวมทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้การศึกษาวิจัยเพื่อสร้างคุณค่าของทรัพยากรการท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

(4.4) บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ที่มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อสนับสนุนการผลิตและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำให้ทั่วถึงและเป็นระบบ เพิ่มสมรรถนะแหล่งกักเก็บน้ำเดิม และแหล่งกักเก็บน้ำใหม่ ตามศักยภาพและความจำเป็นของพื้นที่ ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน น้ำ ป่าไม้ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนพัฒนาระบบเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งดินถล่ม ภัยแล้ง และอุทกภัย

(4.5) การเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ในการรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยมีการวางมาตรการสร้างศักยภาพการพึ่งพาตนเองให้ผู้สูงอายุและระบบสังคมมั่นคงธุรกิจ บริการและนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุและสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัวและชุมชน เพื่อให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการจัดสวัสดิการได้อย่างยั่งยืนและเป็นโครงข่ายการคุ้มครองของสังคมให้กับผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่จะนำไปสู่การสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีกับผู้สูงอายุ

(4.6) การศึกษาและอบรมวิชาชีพให้กับแรงงานซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการดึงดูดกิจกรรมบริการและการผลิตที่มีการเพิ่มมูลค่าสูง การพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับศักยภาพของพื้นที่และวิสัยทัศน์ของการพัฒนาจังหวัด ดังนั้นการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 มิได้คำนึงถึงเพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องการการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในบางพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจต่ำจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจเป็นพื้นฐานของการเติบโตในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้ดำเนินการ(ภายใต้การสนับสนุนเพื่อขับเคลื่อนโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี โพธิยะราช ดังนี้

  1. นำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และถูกบรรจุเป็นวาระสืบเนื่องในการประชุม
  2. นำเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (สส.นิยม ช่างพินิจ สส.เกษมสันต์ มีทิพย์ เป็นต้น) โดย สส.ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้ยื่นญัตติ อยู่ระหว่างรอบรรจุเข้าวาระการประชุมฯ
  3. ดำเนินการจัดทำการศึกษา เขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร และอุทัยธานี) แล้วเสร็จ (ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม-สกสว.)

 

    ประเด็นการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษ ในพื้นที่ภูมิภาค เป็นหนึ่งในกลไกพัฒนาพื้นที่ที่ขับเคลื่อนจากฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายวิชาการ (โดย สกสว.) รับมาดำเนินการด้านจัดทำการศึกษา เพื่อให้ออกมาเป็นแผนการพัฒนาฯ ซึ่งต้องได้รับการผลักดัน โดยการนำประเด็น “เขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1”  ให้เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาของประเทศ และผลักดัน (ร่าง) พรบ.เขตพัฒนาพิเศษ พ.ศ. .... ให้เกิดขึ้นด้วย

 

24 กรกฎาคม 2565

ผู้ชม 92 ครั้ง

Engine by shopup.com