BFTZ, Thailand's Free Zone Leader

หมวดหมู่: COVER STORY

"Bangkok Free Trade Zone", Thailand No.1 Free Zone

is expanding with three, strategic Industrial and Logistics locations now in development

 

Bangkok Free Trade Zone: BFTZ พัฒนาและบริหารโดยบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า บนทำเลยุทธศาสตร์สำคัญทั้งด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ รุกขยายพื้นที่บน 3 ทำเลยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม ได้แก่ บางพลี วังน้อย และบางปะกง รองรับอานิสงส์ธุรกิจ E-commerce เติบโต พร้อมขยายสู่ Built-to-Suit และรองรับธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต ทุ่มงบปีละกว่า 1,500 ล้านบาท ตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่ให้เช่า 1,000,000 ตารางเมตร จาก 6 โครงการ ภายในปี 2567

บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในเครือ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK ผู้พัฒนาและบริหารโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน (Bangkok Free Trade Zone: BFTZ)  ผู้นำด้านธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า บนทำเลยุทธศาสตร์สำคัญทั้งด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงบริหารจัดการโรงงานและคลังสินค้า รุกขยายพื้นที่บน 3 ทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ บางพลี วังน้อย และบางปะกง พร้อมให้บริการอาคารแบบ Ready Built-to-Suit ปรับอาคาร Ready Built ให้มีฟังก์ชั่นตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างยืดหยุ่น และพัฒนาอาคาร Built-to-Suit สำหรับรองรับธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต เช่น คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control Warehouse), คลังสินค้าวัตถุอันตราย (DG Warehouse) เป็นต้น

ในเรื่องนี้ผู้คร่ำหวอดในวงการ คุณรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ Bangkok Free Trade Zone ของเรามีอาคารหลากหลายรวมถึงการให้บริการหลังการขายที่พร้อมให้คำปรึกษา ดูแลผู้ประกอบการตามความต้องการ

 

โดยโครงการ BFTZ ประกอบด้วยอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า มีทั้งอาคารคลังสินค้าสำเร็จรูป อาคารโรงงานสำเร็จรูป อาคารโรงงานสำเร็จรูปขนาดเล็ก และอาคาร Built-to-Suit ที่สร้างตามความต้องการของลูกค้า แบ่งเป็นพื้นที่เขตประกอบการทั่วไป (General Zone) และเขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งผู้ประกอบการในเขตปลอดอากรจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ สามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลายธุรกิจ และในอนาคต เราก็มองว่าความหลากหลายนี้เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งหัวใจของความสำเร็จของเราก็คือ ทีมงาน Professional, Partnership Model หมายถึงการมองลูกค้าเป็นเหมือนพาร์ทเนอร์เพื่อเติบโตไปด้วยกัน และความยืดหยุ่น Flexibility ของอาคารที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

 “เราจะเดินหน้าพัฒนาและขยายพื้นที่ตามยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของไทย ด้วยประสบการณ์ของทีมงานมืออาชีพ พร้อมส่งมอบคุณภาพอาคาร ควบคุมสภาพแวดล้อมในโครงการอย่างรอบด้าน ผนวกกับบริการครบวงจรแบบ One Stop Service และให้ความยืดหยุ่นในการบริการ ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มเติมลูกค้ากลุ่มใหม่ให้เข้ามาเช่าพื้นที่ในโครงการได้” คุณรัชนี กล่าวเสริม

 

BFTZ จุดแกร่งที่เป็นข้อได้เปรียบ

คุณรัชนี กล่าวว่า ข้อได้เปรียบของเราคือ เราให้ “มากกว่าพื้นที่” ซึ่งที่ตั้งโครงการที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ ด้านการขนส่ง การคมนาคมที่อยู่ใกล้ท่าเรือ สนามบิน ช่วยประหยัดเวลา งบประมาณในการขนส่ง การเคลื่อนย้ายที่ทำได้อย่างสะดวก ทั้งยังมี One Stop Service เพื่อให้ลูกค้าปรึกษาการดำเนินการ มีผู้ดูแล ผู้ประสานงานในการดำเนินธุรกิจ และเป็นฝ่ายงานที่สามารถติดต่อกับหน่วยงานราชการ ดำเนินเอกสารขออนุญาตเขตประกอบการอุตสาหกรรมเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าโดยตรง ทั้งยังเป็นพื้นที่สีม่วง สำหรับประกอบกิจการคลังสินค้าและโรงงาน และพื้นที่เขตปลอดอากรอีกด้วย

สำหรับการขยายการลงทุนโครงการ BFTZ 2, BFTZ 3 และ BFTZ 4 เพื่อเตรียมพร้อมรองรับความต้องการเช่าคลังสินค้าและโรงงานเพิ่มสูงขึ้นนั้น จากการที่มีผู้เช่าคลังสินค้าและโรงงานเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมาทาง BFTZ จึงตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่ให้เช่าแตะ 1,000,000 ตารางเมตรจาก 6 โครงการภายในปี 2567 โดยทุ่มงบลงทุนปีละกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อจัดสรรพื้นที่ให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า และรองรับลูกค้าทุกขนาดอุตสาหกรรมด้วยอาคารแบบ Built – to – suit และ Ready built

 

กลยุทธ์หลักในปี 2565-2567 และแผนการขยายตลาด

คุณรัชนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวเสริมว่า พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ยึดเอาความยืดหยุ่นในการดำเนินงานเป็นหัวใจหลัก เพราะเสียงของลูกค้าคือ สิ่งสำคัญที่สุด ในฐานะเจ้าของโครงการที่ดูแลพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอาคารโดยตรง ทำให้การใช้งานพื้นที่ของ พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ มีความยืดหยุ่นได้มากกว่าตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีและรวดเร็ว ทั้งนี้ ยังรองรับธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคตอย่าง คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control Warehouse), คลังสินค้าวัตถุอันตราย (DG Warehouse) เป็นต้น

 

โครงการ BFTZ พื้นที่สีม่วงที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางนา – ตราด

            ทั้งนี้ โครงการ BFTZ มีทั้งพื้นที่ Free Zone และ General Zone บนพื้นที่สีม่วงที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางนา – ตราด ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายศุลกากรลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ทั้งรูปแบบ Free Zone,General Zone, DG Warehouse, Ready Built ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 500 10,000 ตร.ม.พร้อมรองรับอุตสาหกรรมขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าอยู่ทันทีโดยไม่ต้องรอสร้างอาคารใหม่ ช่วยประหยัดเวลาในการเริ่มดำเนินกิจการ หรืออาคาร Built-to-suit  ที่ก่อสร้างอาคารตามวัตถุประสงค์การใช้งานของลูกค้าและเอื้อต่อการเช่าอาคารระยะยาว ทั้งนี้ ในฐานะเจ้าของโครงการเราให้ความสำคัญในการต่อยอดธุรกิจและสร้างประสบการณ์การดำเนินธุรกิจตามแบบแผนของลูกค้าเป็นหลัก

คุณรัชนี กล่าวในตอนท้ายว่า ในช่วงสถานการณ์ Covid-19 เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตที่ทำให้ผู้บริโภคใช้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์กันมากขึ้น จากข้อมูลการเติบโตของ e – commerce ในประเทศไทยที่เติบโตสูงขึ้นจากปี 2564 ซึ่งธุรกิจที่มีการเติบโตล้วนเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ด้านออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ รวมถึงผู้ประกอบการต่างประเทศที่มีความสนใจจะลงทุนในอุตสาหกรรมภายในประเทศไทย ต้องการพื้นที่คลังสินค้าและโรงงาน และเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ การลงทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทางพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จึงเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ เช่น การนำระบบ AS/RS มาใช้ ทั้งยังมีทีมงาน Professional ในการดูแล Factory and Warehouse มากกว่า 10 ปี ที่พร้อมให้คำปรึกษา มอบคุณภาพและเติมเต็มประสบการณ์ให้กับลูกค้าทุกท่าน

การเปิดตัวให้เช่าของแต่ละโครงการ

  • BFTZ 2 ถนนเทพรักษ์: พื้นที่ให้เช่า 30,000 ตร.ม. General Zone เปิดให้บริการเดือน มิ.ย. 2565
  • BFTZ 3 กม. 19: พื้นที่ให้เช่า 110,000 ตร.ม. ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง Free Zone และ General Zone ตอบโจทย์ธุรกิจ Logistics Provider หรือโรงงานขนาดใหญ่ เปิดตัวเดือน ก.ค. 2565
  • BFTZ 4 บางปะกง มีพื้นที่ให้เช่ากว่า 2 แสน ตร.ม. ภายใต้ความร่วมมือกับ บมจ. แสนสิริ พร้อมเปิดตัวช่วง ไตรมาส 1 ปี 2566
  • BFTZ 5 วังน้อย มีพื้นที่ทั้งหมด 145 ไร่ ซึ่งจะสามารถสร้างเป็นอาคารคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 110,000 ตร.ม. พร้อมเปิดตัวอาคาร Ready Built ช่วง เดือนกรกฎาคม ปี 2565 และอาคาร Built-to-Suit ช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 ประเดิมสร้างอาคารคลังสินค้า Built-to-Suit พื้นที่ 88,000 ตร.ม. เป็นคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ เตรียมส่งมอบพื้นที่เฟสแรกประมาณ ไตรมาส 1 ของปี 2566

 

24 กรกฎาคม 2565

ผู้ชม 97 ครั้ง

Engine by shopup.com