Lower Northern Region 1 and its potential for driving the development of special economic zone in Thailand

หมวดหมู่: LOGISTICS

 ศักยภาพพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 สำหรับการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษในพื้นที่ภูมิภาค ประเทศไทย

ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ

คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร

เป็นอีกฉบับหนึ่งที่ผมขอนำเสนอ การพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษในพื้นที่ภูมิภาค โดยฉบับนี้ขอนำเสนอถึงศักยภาพของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์) ที่ดำเนินการวิจัยโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร (ภูพงษ์ พงษ์เจริญ บุญทรัพย์ พานิชการ สุภัคญาดา กุลธัญหิรัญ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (นัทธ์หทัย เครบส์) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา-พิษณุโลก (ปวีรัฐ ภักดีณรงค์) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร (ธนสิทธิ นิตยะประภา) และมหาวิทยาลัยธนบุรี (วรางค์ศิริ เนียมตุ๊) โดยทีมนักวิจัยได้จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 ณ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งส่วนกลางและพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 อาทิเช่น ประกอบด้วย ภาคการเมือง (สส.เกษมสันต์ มีทิพย์) ภาคนโยบายการวิจัย (ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช สกสว.) ภาครัฐ (หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์) ภาคท้องถิ่น (มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์) ภาคธุรกิจ (ฐิติ วิศวชัยวัฒน์ ชัยคม สกุนรักษ์ วุฒิชัย โรจน์ทิพยรัก ศุภกุล รัตนาคม วีรพงษ์ รุ่งศรีวัฒนา) เป็นต้น

ศักยภาพของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 ที่ทีมนักวิจัยวิเคราะห์จากการดำเนินงานวิจัย พบว่ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษ ด้านเกษตรกรรม ด้านการค้า และด้านการท่องเที่ยว ในขณะที่แต่ละจังหวัดมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษแต่ละด้าน ตามความพร้อมด้านกายภาพ (โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์เชื่อมโยง สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น) ด้านทรัพยากรธรรมชาติ (แหล่งวัตถุดิบ แหล่งธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น) ด้านทรัพยากรมนุษย์ (สัดส่วนประชากรตามอายุ ทักษะวิชาชีพ สถาบันการศึกษา) และด้านเศรษฐกิจ (รายได้ประชากร อาชีพ สินค้า/บริการ)  โดยสามารถวิเคราะห์ศักยภาพในการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษในพื้นที่แต่ละจังหวัด ได้ดังนี้

  1. จังหวัดพิษณุโลก ด้านการค้า ด้านท่องเที่ยว และด้านเกษตรกรรม
  2. จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้านเกษตรกรรม ด้านท่องเที่ยว และด้านอุตสาหกรรม
  3. จังหวัดอุตรดิตถ์ ด้านเกษตรกรรม ด้านการค้า และด้านท่องเที่ยว
  4. จังหวัดสุโขทัย ด้านท่องเที่ยว ด้านการค้า และด้านเกษตรกรรม
  5. จังหวัดตาก ด้านโลจิสติกส์ ด้านการค้า และด้านเกษตรกรรม



สำหรับการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 พบว่าพื้นที่ตั้งอยู่บนแนวระเบียงเศรษฐกิจสำคัญได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้ (North South Economic Corridor; NSEC) ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก (East West Economic Corridor; EWEC) และระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย (Luangprabang Indochina Mawlamyine Economic Corridor; LIMEC) รวมถึงมีจุดผ่านแดนถาวรที่เชื่อมกับ สปป.ลาว (จุดผ่านแดนถาวรภูดู่ จ.อุตรดิตถ์) และที่เชื่อมกับสหภาพเมียนมา (จุดผ่านแดนถาวรแม่สอด จ.ตาก) นอกจากนั้นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของพื้นที่ครอบคลุมทั้ง ถนน อากาศ ราง และเทคโนโลยีการสื่อสาร (ขาดโลจิสติกส์ทางน้ำ ซึ่งพื้นที่ยังไม่มีบริการ) โดยจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดสุโขทัยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ครบทั้ง 4 รูปแบบ จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดตากขาดด้านทางราง (แต่จังหวัดตากกำลังจะมีการก่อสร้างระบบรางเส้นทางแม่สอด-นครสวรรค์) ส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ยังไม่มีทางอากาศ

 

ในประเด็นของผลกระทบจากการเกิดขึ้นของเขตพัฒนาพิเศษพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 ผลการวิเคราะห์สามารถแยกออกเป็น

  • ด้านการเมือง/กฏระเบียบ (Political) พบว่ากฎระเบียบการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านยังมีข้อจำกัดและเข้มงวดไม่เอื้ออำนวยการค้าชายแดน รวมถึง นโยบายการเปิดการค้าเสรีอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าภาคเกษตรทั้งการบริโภคในกลุ่มจังหวัดและการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ
  • ด้านเศรษฐกิจ (Economic) พบว่าจะเป็นการเน้นการเสริมจุดแข็งที่มีศักยภาพทางการเกษตรและการท่องเที่ยว เป็นการสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มของฐานการผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปที่พร้อมจะยกระดับเป็นฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย และเป็นการพัฒนาระบบ Supply  Chain และ Logistics สำหรับสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร
  • ด้านสังคม (Social) เป็นการสร้างคุณค่าการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของกลุ่มจังหวัดที่สามารถต่อยอดการผลิตสินค้าและบริการที่มีศักยภาพสูงด้วยภูมิปัญญาและนวัตกรรม สามารถส่งเสริม/พัฒนาด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวทั้งการพัฒนาและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว การตลาดและบุคลากรสร้างความปลอดภัยและมาตรฐานของการท่องเที่ยว (ด้านที่พัก อาหาร และการเดินทาง) รวมทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว
  • ด้านเทคโนโลยี (Technology) เป็นการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจนวัตกรรมและดิจิทัล การพัฒนาอาชีพและธุรกิจบนฐานเทคโนโลยีนวัตกรรมและดิจิทัล และจะเป็นศูนย์กลางเสริมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลฐานความรู้นวัตกรรมและวัฒนธรรม ที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มรายได้

อีกประเด็นที่ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์สำหรับการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 นั่นคือผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการเกิดขึ้นของเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตร ด้านการค้า และด้านการท่องเที่ยว ซึ่งผลประโยชน์ที่เกิดในพื้นที่และชุมชน มีดังนี้

  1. เกิดการพัฒนาและความเข้มแข็งในภาคการผลิตที่สำคัญ ภาคการท่องเที่ยวและบริการ เนื่องจากเกิดแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ
  2. ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ จากการได้รับสิทธิพิเศษในการเข้ามาลงทุนในพื้นที่
  3. เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีอาชีพใหม่ เกิดการจ้างงานในพื้นที่มากขึ้น
  4. มีระบบโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคมและสาธารณูปโภคที่ดี เพื่อรองรับสินค้าและบริการที่จะเกิดเพิ่มขึ้นในพื้นที่
  5. เกิดความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ที่จะเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเขตพัฒนาพิเศษ
  6. งบประมาณที่นำมาพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1  มีโอกาสได้รับการพิจารณาเพิ่มมากขึ้น

 

อีกประการที่ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์ คือ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Benefit) ที่จะเกิดขึ้นจากการเกิดขึ้นของเขตพัฒนาพิเศษ โดยวิเคราะห์ภายใต้การตั้งสมมติฐานการเติบโตทาง เศรษฐกิจเป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ซึ่งผลการวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2580 จะมี การเติบโตของการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 และด้านการค้าชายแดนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเท่าตัว

ผลการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ที่ประชุมเสนอให้การดำเนินการจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 ประชาสัมพันธ์ให้กับคนในพื้นที่รับทราบและเข้าใจ ควบคู่ไปกับการผลักดันและสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หลังจากที่ได้ส่งมอบผลการวิจัยให้กับแหล่งทุน (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม - สกสว.) เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้การขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษพื้นที่ภูมิภาคของประเทศไทยเกิดเป็นรูปธรรม

09 มิถุนายน 2564

ผู้ชม 102 ครั้ง

Engine by shopup.com