Container Problem: Causes, Effect, and What’s Next 

หมวดหมู่: TRADE & TRAVEL

Container Problem: Causes, Effect, and What’s Next 

ศ.ดร. กมลชนก สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่ปรึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต/ดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต/ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ ด้านโลจิสติกส์ (สหสาขาวิชา)

 

การขนส่งสินค้าทางทะเลนับเป็นการขนส่งสินค้าที่เป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่องมาจากพื้นที่น้ำคิดประมาณเป็น 3 ใน 4 ของพื้นที่โลก นอกจากนี้การขนส่งสินค้าทางน้ำยังไม่ต้องเสียค่าผ่านทาง อีกทั้งมีต้นทุนการขนส่งสินค้าทางทะเลยังต่ำกว่าการขนส่งประเภทอื่นๆและสามารถขนส่งสินค้าได้จำนวนมากและสามารถขนส่งสินค้าได้ทุกประเภท

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเริ่มต้นขึ้นช่วงต้นปี 63 สภาพการขนส่งสินค้าทางทะเลได้ประสบปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน เนื่องจากอุปทานหรือ Supply ของเรือคงที่ แต่อุปสงค์หรือ Demand เพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าต่าง ๆ เพิ่มขึ้นในช่วงการระบาด ซึ่ง Supplyของสายเรือไม่ยืดหยุ่นมากนักเนื่องจากสายเรือจะมีเส้นทางเดินเรือประจำ ทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการขนส่งสินค้าได้ทัน จึงเกิดปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและค่าระวางเรือได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 เท่า(ประมาณ 3,000 เหรียญสหรัฐ เป็น 30,000 เหรียญสหรัฐ)

สำหรับค่าระวาง (Freight) ในปัจจุบันมีการผันผวนและขึ้นอยู่กับการกำหนดตามแนวทางของตลาดหุ้น ซึ่งในประเทศไทยและทวีปเอเชียจะมีการนำ Shianghai Container Freight Index เข้ามาใช้ในการคำนวณค่าระวาง ส่วนถ้าเป็นเรือสินค้าเทกอง (Bulk) จะคำนวณต่างกับเรือตู้คอนเทนเนอร์โดยมี Index ที่สำคัญได้แก่ Baltic Dry Index การเกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้เกิดตู้คอนเทนเนอร์มาค้างอยู่ที่ท่าเรือต่าง ๆ เป็นจำนวนมากไม่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ในการขนส่งรอบต่อไปได้รวดเร็วเหมือนเวลาปกติ อีกทั้งนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดแต่ละประเทศ เช่น การเข้ารับการกักตัวของลูกเรือเมื่อเดินทางเข้าประเทศหรือพื้นที่ต่าง ๆ (Quarantine) การตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 หรือการกักตัวเมื่อตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 ภายในเรือ เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อการขนส่งทางทะเลซึ่งทำให้การขนส่งล่าช้า รอบการเดินเรือมีระยะเวลายาวนานมากขึ้น

 ด้วยเหตุนี้ ค่าระวางเรือจึงปรับตัวสูงขึ้นมากในปัจจุบัน อีกทั้งผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางเรือส่วนใหญ่ก่อนการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้บริการขนส่งสินค้าทั้งในด้วยการเดินเรือระยะสั้น (Short Haul) และการเดินเรือระยะทางไกล (Long Haul) ในเรือลำเดียวกัน แต่เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 แล้ว ผู้ประกอบการสายเรือเน้นการบริการด้วยการเดินเรือระยะไกล (Long Haul) เป็นหลักเนื่องจากมีค่าตอบแทนสูง จึงทำให้ Supply ของการเดินเรือระยะสั้น (Short Haul) ขาดหายไป จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าระวางปรับตัวสูงขึ้นด้วย



อีกสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการล่าช้าในการหมุนเวียนตู้คอนเนอร์ก็คือการ Lock Down ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจากไม่มีคนดำเนินงานในกิจกรรมต่าง ๆ เพราะมีการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อเกิดในยุโรปและอเมริกาที่มีอัตราของยอดผู้ติดเชื้อต่อวันสูง  ซึ่งทำให้เรือไม่สามารถเข้าเทียบท่าเพื่อรับส่งสินค้าทันเวลาที่กำหนด เรือบางลำเมื่อตรวจพบผู้ติดเชื้อจะถูกสั่งให้เดินทางออกไปทันที จึงเกิดการขนส่งสินค้าล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการ อีกทั้งส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่ได้กล่าวในข้างต้นนี้ส่งผลต่อโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในด้านการขาดแคลนวัตถุดิบ (Raw Material) และการถือครองสินค้าในคลังสินค้าเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้ารวมถึงผู้บริโภค ซึ่งอาจจะมีผลทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อเกิดภาวะตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนจึงเกิดการแก้ปัญหาด้วยการใช้การขนส่งแบบ Cross Border โดยใช้รถบรรทุกเพิ่มขึ้นแต่ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับการขนส่งทางทะเล เนื่องด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของประเทศต่าง ๆ การ Lock Down และการปิดพรมแดน ดังเช่น การขนส่งสินค้าจากไทยไปยังจีนด้วยรถบรรทุกพบว่ารถบรรทุกได้ค้างอยู่ในชายแดน จีน-ลาว เป็นจำนวนมาก เนื่องจากความเข้มงวดจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของจีน หรือปรับแนวทางการขนส่งสินค้าทางราคาโดยมีการใช้เรือขนส่งสินค้าเทกอง (Bulk) มาใช้ขนส่งสินค้าแทนเรือตู้คอนเทนเนอร์

แนวทางการแก้ปัญหาด้วยการจัดหาตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มเติมให้มีเพียงพอต่อความต้องการในการขนส่งสินค้านั้นเป็นแนวทางที่สามารถกระทำได้แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนในการเช่าพื้นที่เพื่อจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์เหล่านั้นให้เพียงพอ อีกทั้งตู้คอนเทนเนอร์ที่จัดหามาเพิ่มนั้นต้องมีสภาพที่สามารถใช้งานได้และเหมาะสมกับสินค้าที่จะขนส่งแต่ละประเภท พร้อมทั้งต้องคำนึงถึงด้วยว่าเมื่อตู้คอนเทนเนอร์ที่ค้างในพื้นที่ต่าง ๆ มาถึงแล้วจะจัดการอย่างไร

สำหรับตลาดการขนส่งสินค้าทางทะเลในไทยถือว่าเป็นตลาดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับตลาดโลกหรือตลาดของประเทศผู้นำเช่นประเทศจีน ทำให้ผู้ประกอบการมีอำนาจต่อรองในทางธุรกิจไม่มาก เจ้าของสายเรือส่วนใหญ่เป็นสายเรือของต่างชาติมากกว่า 90% ดังนั้น ผู้ประกอบการสายเรือในไทยจึงต้องร่วมมือกันในการหาแนวทางเพื่อขยายตลาดการขนส่งสินค้าทางทะเลให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง ซึ่งจะส่งผลให้มีรายได้และผลกำไรมากขึ้น รวมถึงการสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างผู้ส่งออก ผู้นำเข้าและผู้ประกอบการสายเรือ โดยร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์หรือการคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆ และวางแผนร่วมกันจะช่วยลดต้นทุน ซึ่งการปรับตัวของผู้ประกอบการสายเรือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือ การเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งหรือใช้รูปแบบการขนส่งอื่นร่วมกับการขนส่งทางเรือเพิ่มมากขึ้น แม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนประเภทเรือเพื่อทดแทนการขาดแคลนเรือ วิธีการดังกล่าวเหล่านี้จะส่งผลให้สายเรือสามารถผ่านพ้นปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเนอร์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและสร้างโอกาสที่สดใสในอนาคต

สำหรับหน่วยงานภาครัฐคงต้องมีการทำงานให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัว รวมถึงการทำงานที่มีความร่วมมือกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของการจัดการโซ่อุปทาน ความเชื่อมโยงนี้จะมีผลต่อการสนับสนุนการดำเนินงานทางธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วเป็นหลัก

05 พฤษภาคม 2565

ผู้ชม 66 ครั้ง

Engine by shopup.com